วิธีการใช้เครื่องปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน

aca85396c1801aa1954a1a86f36d5d4cในช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยอากาศร้อนสุดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างความเย็นให้ที่อยู่อาศัยมากเป็นอันดับต้นๆ การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟจึงเป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ และเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบฝังในเพดาน แอร์ติดผนัง หรือแอร์เคลื่อนที่

หากต้องการประหยัดค่าไฟและช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศก็คงต้องเริ่มต้นด้วยการประหยัดใช้แอร์เป็นสิ่งแรก เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงถึงร้อยละ 40 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหนึ่งหลังทีเดียว ฉะนั้นการบำรุงรักษาแอร์ให้อยู่ในสภาพดีจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้แอร์สกปรก ฝุ่นจับใส้กรอง จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดลงครึ่งหนึ่ง แต่หากปล่อยให้ใส้กรองอากาศสกปรกอุดตัน แอร์ก็จะปล่อยความเย็นได้เพียงแค่ 6,000 บีทียูเท่านั้น ซึ่งอุณหภูมิจะไม่เย้นตามที่ตั้งใจแล้ว ยังสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุอีกด้วย

วิธีประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ
1.ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมงสำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
2.หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ
3.ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบายอุณหภูมิที่ตั้งต่ำลง 1 องศา
4.ไม่ควรปล่อยให้มีความเย็นรั่วไหลจากห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
5.ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสารหรือวัสดุอื่นใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
6.ติดตั้งฉนวนกันความร้อนโดยรอบห้องที่มีการปรับอากาศเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในอาคาร
7.ใช้มูลี่กันสาดป้องกันแสงแดดส่องกระทบตัวอาคาร
8.หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ
9.ควรปลูกต้นไม้รอบๆอาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้นให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน
10.ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
11.ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน จะทำให้บ้านเย็น
12.ในสำนักงานให้ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น.
13.ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเริ่มงาน และควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกใช้งานเล็กน้อย เพื่อประหยัดไฟ

การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน

03ba222d-0bce-4387-83b4-98df81aecd29ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆกินไฟแม้ขณะที่เราปิดเครื่อง สำหรับ ทีวี เครื่องเล่นและบันทึกวิดีโอ เครื่องรับส่งเอกสาร เครื่องเสียงระบบไฮไฟ จอคอมพิวเตอร์ กล่องเคเบิล และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทางสายโทรศัพท์ เหล่านี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 40-120 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี รวมความสูญเสียในครัวเรือนทั้งสิ้นอาจมากถึงหลายร้อยกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ทั้งหมดนี้นับเป็นความสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด ทางออกที่ดีที่สุดคือซื้อเครื่องใช้ที่กินไฟในการใช้พลังงานสำรองต่ำมากๆ การใช้พลังงานสำรองมีบอกไว้ในคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์และสามารถตรวจสอบได้ก่อนซื้อ

โดยทั่วไปเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมักมีการใช้พลังงานสูงแทบทุกชนิด ดังนั้นผู้ใช้ควรต้องมีความรู้และทราบถึงวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านลง และลดปัญหาในเรื่องการใฃ้พลังงานอย่างผิดวิธีด้วย การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ราคา ซึ่งถือเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญและควรคำนึงอยู่เสมอว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีราคาถูกนั้นไม่ใช่เป็นข้อสรุปในการตัดสินใจซื้อ เพราะของถูกอาจสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามาก และมีอายุการใช้งานสั้นก็ได้ การจะดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากหรือน้อยเพียงใด สามารถดูได้จากตัวเลขที่กำกับไว้บนเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าใช้กำลังไฟฟ้ามากเพียงใด ถ้าใช้กำลังไฟฟ้ามากก็จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามาก ทำให้ต้องเสียค่าพลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ดังนั้นการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพดีสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ตลอดอายุการใช้งานดังนั้นควรเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

การรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมไปกับขอความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิต ผู้นำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงแทนอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพต่ำ ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้มีการพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ บัลลาสต์ หลอดตะเกียบ และพัดลม โดยจะเดินหน้าส่งเสริมให้มีการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆให้เป้นเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงให้แพร่หลายอย่างกว้างขวางและเพิ่มขึ้น อาทิหม้อหุงข้าว เตารีด และตู้แช่ เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ในการประหยัดพลังงานจากเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น โดยมีฉลากเบอร์ 5 เป็นเครื่องหมายรับรองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

การปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์พลังงานให้กับบ้าน

บ้าน คือที่พักอาศัยของเรา เป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ แต่ปัจจุบันหลายบ้านได้ถูกสร้าง โดยลืมถึงสภาพภูมิอากาศที่ตั้ง เพราะทำเลพื้นที่ไม่อำนวย การใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ทำให้ต้อง ปรับอากาศภายในบ้าน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองและทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หนทางที่จะลดการใช้ พลังงานคือการปรับเปลี่ยน วิถีชีวิต พฤติกรรม และใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุด

การปรุงแต่งสภาพแวดล้อมภายนอกบ้านหรือการตกแต่งภูมิสถาปัตย์ให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการประหยัดพลังงานเป็นแนวความคิดหลักประการหนึ่งในการออกแบบ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน ปัจจัยทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ แหล่งน้ำ ดิน ลม ลักษณะพื้นที่ ฯลฯ ล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อสภาพแวดล้อมภายนอก และยังส่งผลถึงสภาวะภายในบ้านด้วย อีกทั้งปัจจัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น การนำปัจจัยธรรมชาติมาใช้ประโยชน์จึงถือเป็นความได้เปรียบในการออกแบบ ทั้งนี้ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยธรรมชาตินั้น ๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในภาคเอกชน ด้วยข้อจำกัดทางด้านสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารบ้านเรือนมีราคาแพง ดังนั้น จึงไม่สามารถเลือกลักษณะพื้นที่และทิศทางของที่ดินได้ตามความต้องการ ซึ่งส่งผลให้การสร้างสภาพภูมิสถาปัตย์โดยรอบตัวอาคารด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ดิน แหล่งน้ำ ทิศทางลม ฯลฯ ทำได้ยาก และต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ในภาคราชการ เช่น ภายในค่ายทหารมิได้มีข้อจำกัดในเรื่องนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าอาคารในอดีตส่วนใหญ่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงปัจจัยด้านการประหยัดพลังงาน ทำให้การปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้เป็นอาคารที่ประหยัดพลังงานมีความยุ่งยากและต้องใช้งบประมาณสูงมาก มูลค่าในการประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจึงไม่คุ้มกับการลงทุนปรับปรุงอาคาร

ปัจจัยพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงในการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
เชื่อว่าทุกคนคงจะมีความเข้าใจพื้นฐานที่ดีอยู่แล้วว่าการปลูกต้นไม้จะช่วยให้เกิดร่มเงาและรู้สึกสบายขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดความสวยงามทางด้านภูมิสถาปัตย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ถูกต้อง และได้รับการยืนยันจากการศึกษา และวิจัยจากหลายสถาบันแล้ว แต่อะไรเล่าที่เป็นเหตุผลหรือปัจจัยทางด้านเทคนิคที่จะอธิบายได้ว่าการปลูกต้นไม้บังแดดให้บ้าน มีผลทำให้เกิดความสบาย เหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐาน 5 ประการ ที่ควรคำนึงถึง คือ
1.การใช้ต้นไม้เพื่อการปรับแต่งสภาพแวดล้อม
2.สภาพภูมิอากาศ
3.การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์
4.การถ่ายเทความร้อนผ่านผนังภายนอกอาคาร
5.การวิเคราะห์การใช้พลังงานของอาคาร

ต้นไม้ชนิดต่าง ๆ สามารถกรองรังสีของดวงอาทิตย์ได้ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป มีอัตราการกรองรังสีของดวงอาทิตย์อยู่ในช่วงตั้งแต่ 50% ถึง90% โดยต้นไม้ที่มีพุ่มใบหนาทึบมาก เช่น พิกุล ประดู่อังสนา ตีนเป็ดฝรั่ง ฯลฯ และต้นไม้ที่มีความหนาแน่นของพุ่มใบปานกลาง แต่มีใบขนาดใหญ่ หนาและเรียงตัวซ้อนหลาย ๆ ชั้น จะสามารถกรองรังสีของดวงอาทิตย์ได้สูงถึง 80% – 90% เลยทีเดียว สำหรับต้นไม้ที่มีพุ่มใบค่อนข้างโปร่ง หรือมีใบขนาดเล็ก เรียว แคบ เช่น สนประดิพัทธ์ หมาก และปาล์มขวด จะกรองรังสีจากดวงอาทิตย์ได้เพียงประมาณ 50% – ๖๐ % เท่านั้น

บ้านประหยัดพลังงานช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

บ้านประหยัดพลังงานช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
บ้านประหยัดพลังงาน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด และเป็นพลังงานที่ไม่สามารถทดแทนกันได้อย่างคุ้มค่า โดยที่ยังตอบสนองความต้องการ และค่านิยมของยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์ โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดในการประยุกต์ใช้สภาพแวดล้อม ของภูมิอากาศแบบร้อนขึ้นมาช่วยผสมผสานกับเทคโนโลยียุคใหม่ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับเขตร้อนชื้นของประเทศไทยเรา ด้วยกรรมวิธีที่ทำให้สามารถประยัดพลังงานได้มากกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและราคาไม่แพงไปกว่าบ้านที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
แนวความคิดในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน
1. การเลือกใช้ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคาร คือการใช้ตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคารเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านเย็นลงกว่าเดิม
2. การเลือกที่ตั้งและทิศทางของอาคาร คือการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้เย็นเพื่อลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายใน และภายนอก ซึ่งก็คือให้ตัวบ้านสามารถสกัดกั้นความร้อนจากภายนอกได้มากที่สุด ซึ่งรวมถึงการออกแบบช่องเปิดและการควบคุมการรั่วซึมของอากาศ
3. การพิจารณาออกแบบและเลือกระบบเปลือกอาคาร คือการเลือกระบบผนังที่สามารถป้องกันความร้อนและความชื้นได้ดี เพราะวัสดุแต่ละชนิดที่ใช้เมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วจะพบว่ามีความแตกต่างกัน มาก
4. การพิจารณาเลือกระบบที่มาใช้ภายในอาคาร คือการเลือกสรรวัสดุที่มีค่ากักเก็บความร้อนและความชื้นน้อย เช่น วัสดุผิวมัน วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไป พร้อมกับการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเลือกใช้ชนิดที่มีน้ำหนัก เบาและไม่ดูดความชื้นด้านอุปกรณ์ควรใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
5. อาคารที่พึงปรารถนา โดยตัวบ้านที่ออกแบบตามแนวคิดข้างต้นก็ยังไม่สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมภายใน ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่การออกแบบบ้านตามแนวคิดดังกล่าวก็จะใช้เครื่องปรับอากาศเพียงเล็กน้อย เท่านั้น
ประโยชน์ของเทคโนโลยี
1. ลดภาระของระบบปรับอากาศภายในบ้าน
2. ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้อยู่ในเขตสบายตามความต้องการ ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย

บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ

บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ
จากกระแสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดความตื่นตัวในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น และมุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการอยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง ถึงค่อนข้างน้อย ในอาคารที่อนุรักษ์พลังงานตามแนวทางธรรมชาติที่มีค่าก่อสร้างไม่แตกต่างจากอาคารทั่วไป รวมถึงสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศได้ ประกอบกับการเคหะแห่งชาติมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคม
บ้านประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ เพื่อการอยู่อาศัยในภาวะโลกร้อน เพื่อศึกษาและประเมินผลแบบลักษณะบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในประเทศไทย วัสดุที่เหมาะสมที่นำมาใช้ร่วมในการก่อสร้าง และวัสดุทางเลือกที่ประหยัดพลังงาน โดยเป็นการพึ่งพาธรรมชาติให้อยู่อาศัยได้ในสภาวะน่าสบายโดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ กระบวนการก่อสร้างที่คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย ปัจจัยด้านกายภาพ เช่น การวางผังบ้าน และการเลือกใช้วัสดุ ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ คำนึงถึงความคุ้มทุน และการเลือกใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับรูปแบบบ้าน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการจัดการขยะ และสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี
ทั้งนี้ บ้านประหยัดพลังงาน 2 ชั้น มีจุดเด่นทางด้านเทคนิคการทำความเย็น โดยวิธีธรรมชาติ 3 ประการ ได้แก่ มวลสาร จะใช้มวลสารเบา เช่น ยิปซัมบอร์ด ผนังโครงเคร่าที่มีคุณสมบัติพิเศษในการระบายความร้อนกับห้องนอน เพื่อถ่ายเทความร้อนและดูดความเย็นเข้าห้องในเวลากลางคืน และใช้วัสดุมวลสารหนัก เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กกับห้องที่ใช้ประโยชน์ในเวลากลางวัน ได้แก่ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น เพื่อกันความร้อนที่จะเข้ามาในห้อง ผู้อยู่อาศัยจึงสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ลมธรรมชาติ ด้วยการสร้างหลังคา 2 ชั้น เพื่อให้ลมไหลผ่านได้มาก และมีช่องเปิดเพื่อรับลมตามจุดต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ห้องทำงาน จะมีช่องเปิดน้อยสุด เพราะอากาศด้านนอกจะร้อนกว่าด้านใน ส่วนห้องนอนจะมีช่องเปิดมากกว่าเพื่อให้ลมพัดผ่านได้มาก และระบบการระเหยของน้ำ ทำการติดตั้งปั๊มน้ำไว้บนหลังคา ปล่อยน้ำให้ไหลลงมาตามโซ่ที่ได้ติดตั้งไว้ ทำให้เกิดไอความชื้น หรือไอน้ำ ช่วยให้อากาศบริเวณบ้านเย็นขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในบ้านที่เหมาะสมให้อยู่ในระดับประมาณ 27 องศาเซลเซียส